ระวังผลเสียที่จะตามมาจากการให้อาหารสายยางการให้อาหารทางสายยาง (Enteral Nutrition) เป็นดาบสองคมครับ หากทำได้ถูกต้องจะเป็นการฟื้นฟูร่างกายอย่างดีเยี่ยม แต่หากละเลยข้อควรระวังเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้
ผลเสียและภาวะแทรกซ้อน ที่ผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดที่สุดครับ:
1. ผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ (อันตรายสูงสุด)
ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): เมื่อผู้ป่วยนอนราบขณะให้ หรืออาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาแล้วหลุดเข้าสู่หลอดลม แบคทีเรียจากอาหารจะทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง
ภาวะขาดออกซิเจน: หากสำลักปริมาณมาก อาจไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ออกเฉียบพลัน
2. ผลเสียต่อระบบทางเดินอาหาร
ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากอาหารปั่นที่ค้างไว้นานจนบูดเสีย หรืออุปกรณ์เตรียมอาหารไม่สะอาดพอ
ท้องอืดและอาหารค้าง (Gastric Retention): หากกระเพาะอาหารไม่บีบตัวแต่อัดอาหารมื้อใหม่เข้าไป จะทำให้คนไข้อึดอัด แน่นท้อง และเสี่ยงต่อการอาเจียน
สายยางอุดตัน: การล้างสายไม่สะอาดทำให้มีคราบอาหารและยาหมักหมม กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และสายจะตันจนต้องเจ็บตัวเปลี่ยนสายใหม่บ่อยครั้ง
3. ผลเสียต่อผิวหนังและร่างกายภายนอก
แผลกดทับที่รูจมูก: การใส่สายผ่านจมูกนานๆ โดยไม่เปลี่ยนตำแหน่งหรือดูแลความสะอาด อาจทำให้เนื้อเยื่อจมูกอักเสบและเป็นแผลได้
ผิวหนังรอบรูเปิดหน้าท้องอักเสบ: สำหรับผู้ที่ใส่สายทางหน้าท้อง หากน้ำย่อยรั่วซึมออกมาจะกัดกร่อนผิวหนังจนเป็นแผลแดงและปวดแสบปวดร้อน
🛡️ Checklist: 5 ข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันผลเสีย
องศาต้องได้: ยกศีรษะสูง 30-45 องศา เสมอขณะให้อาหาร และคงท่าเดิมไว้หลังทานเสร็จ 1 ชั่วโมง
เช็กสายก่อนเริ่ม: ตรวจสอบตำแหน่งสายว่ายังอยู่ในกระเพาะอาหาร (ไม่เลื่อนหลุดออกมาที่คอ) ก่อนให้ทุกครั้ง
ความสะอาดระดับสูงสุด: ล้างมือทุกครั้ง ลวกอุปกรณ์ด้วยน้ำร้อน และอาหารปั่นเองต้องแช่เย็นทันที (อายุไม่เกิน 24 ชม.)
ล้างสาย (Flush): ใช้น้ำต้มสุก 30-50 มล. ล้างสาย ทั้งก่อนและหลัง ให้อาหารหรือยาทุกมื้อ
สังเกตอาการ: หากผู้ป่วยมีไข้ ท้องอืดมาก หรือหายใจหอบเหนื่อยผิดปกติ ต้องหยุดให้อาหารและปรึกษาแพทย์ทันที